Key Takeaways
- การรดน้ำแบบฉีดฝอย คือ การเลียนแบบการให้น้ำแบบฝนตก โดยการฉีดน้ำขึ้นไปบนอากาศ
- นิยมใช้กับพืชไร่และพืชผัก=หัวจ่ายน้ำสปริงเกลอร์
- การรดน้ำเฉพาะจุด คือ การให้น้ำบริเวณรากพืชโดยตรง
- นิยมกับพืชสวน = หัวจ่ายน้ำ มินิสปริงเกลอร์ และ ไมโครสเปรย์และเจท
- พืชไร่และพืชผักบางชนิด = หัวจ่ายน้ำแบบน้ำหยด
1.การรดน้ำแบบฉีดฝอย(Sprinkler Irrigation)

รดน้ำฉีดฝอย คือ
- การเลียนแบบการให้น้ำแบบฝนตก โดยการฉีดน้ำขึ้นไปบนอากาศ
- ช่วยลดอุณหภมิของบรรยากาศในพื้นที่ให้น้ำ
- นิยมใช้สำหรับพืชไร่และพืชผัก
- หัวจ่ายน้ำที่ใช้คือ สปริงเกลอร์ หรือ มินิสปริงเกอร์
- การวางหัวจ่าน้ำจะมี 2 รูปแบบ คือ 1.วางแบบสี่เหลี่ยม 2.วางแบบสามเหลี่ยม
- สำหรับหัวจ่ายสปริงเกลอร์ ระบบจะใช้แรงดันสูง 20 เมตร การออกแบบและติดตั้งจึงต้องคำนวณและติดตั้งให้แรงดันเพียงพอต่อหัวจ่าย
- ปัจจุบันพืชสวนบางชนิดนำวิธีนี้มารดน้ำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรดน้ำและช่วยลดอุณหภูมิโดยรอบต้นด้วยเช่นกัน เช่น ทุเรียน
2.การรดน้ำเฉพาะจุด(Localize Irrigation)

รดน้ำเฉพาะจุด คือ
- การให้น้ำบริเวณรากพืชโดยตรง โดยน้ำจะถูกปล่อยจากหัวจ่ายน้ำสู่ดินให้น้ำซึมไปในดิน บริเวณรากเขตรากพืช
- เป็นระบบที่ประหยัดน้ำสูงสุด
- หัวจ่ายน้ำที่ใช้คือ
- มินิสปริงเกลอร์(Mini Sprinkler) นิยมใช้สำหรับพืชสวนระยะปลูกมากกว่า 5 เมตร
- ไมโครสเปรย์และเจท(Micro spay & jet) นิยมใช้สำหรับพืชสวนระยะปลูก 2 – 5 เมตร
- น้ำหยด(Drip) นิยมใช้สำหรับพืชไร่หรือพืชผัก
นอกจากวิธีรดน้ำทั้ง 2 แบบที่กล่าวมาในวิธีให้น้ำพืชแบบอื่นที่พบเห็นกันบ่อย คือการให้น้ำทางผิวดิน(Surface Irrigation) เช่นการปล่อยน้ำท่วมผืนนา การให้น้ำร่องคู่ ข้อดี คือราคาถูก แต่จะสิ้นเปลืองน้ำมาก
- รวบรวมและเรียบเรียงโดยอ้างอิงข้อมูลจาก ระบบการให้น้ำพืชของกรมส่งเสริมการเกษตรและคู่มือการออกแบบระบบน้ำของสำนักปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร
Feel Good Tech | ฟีลกู้ดเท็ค
ช่วยให้ชัวิตง่ายด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ
Better Living with smart solution
